วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เชิญชวนชาวพุทธกราบนมัสการเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุวัดป่าขามใหญ่


เมื่อ สัปดาห์ที่แล้ว อาตมาสันได้อัพเดทบล็อกลงที่
    www.buddhadooddle.blogspot.com แนะนำวัดที่น่าสนใจเกี่ยวกับของดีวัดภูพลานสูง เกี่ยวกับเรื่องมหัศจรรย์พระสารีริกธาตุเสด็จ  




 ซึ่งปัจุปันนี้อาตมาสัน พักปฎิบัติธรรมที่วัดป่าขามใหญ่ซึ่งตั้งอยู่หมู่บ้านขามใหญ่ ต.ขามใหญ่ จ.อุบลฯ เวลานี้   มีเจดีย์ธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ ที่วัดแห่งนี้อีกด้วย.ซึ่งได้รับประทานจากสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศ.กรุงเทพมหานคร……
     


 สัปดาห์นี้ อาตมาอยากแนะนำ วัดสถานที่ปฎิบัติธรรม สำหรับพุทธศาสนิกชน
                                                                                                             เจดีย์พระธาตุที่วัดป่าขามใหญ่นี้มียักษ์ข้างล่าง
ซึ่งแต่ละวัน  มีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนกราบไหว้สักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลกับตนเอง ….
      วัดป่าขามใหญ่แห่งนี้ เหมาะสมกับการปฎิบัติธรรมด้วยความเงียบวิเวกเพื่อทำสมาธิพอควร   ตามคำแนะนำของพระพุทธเจ้าสมัยพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่   




พระพุทธเจ้าเกิดในป่า ตรัสรู้ในป่า ปรินิพพานในป่า


การปฎิบัติธรรม ควรหาวัดที่เงียบ ป่าธรรมชาติเหมาะกับการทำสมาธิ ไม่มีเสียงรบกวน   อีกทั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองมากนัก เพื่อให้




                  หน้าที่พระบิณฑบาต ตามนิสสัย4 และศีลวินัย227ข้อของพระ ….  


                                               อาตมาสันขณะฉันน้ำปัสาวะ คือ 1ใน นิสสัย4 ที่พระพุทธเจ้า บัญญัติ
                                                ซึ่งพระใหม่ทุกรูบต้องได้รับ  นิสสัย4จากพระอุปัญาย์ผู้อนุญาติให้บวช


       
แต่ละชั้นเจดีย์6ชั้นระบุชื่อสวรรค์แต่ละชั้น จนถึงชั้นยอดสุดเป็นที่บรรจุ
พระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าที่ชั้นบนสูงสุด…….  
   หากชาวพุทธทั่วโลกที่สนใจแวะปฎิบัติธรรมที่วัดแห่งนี้  หลวงพ่อชินเจ้าอาวาส  เป็นผู้นำทำวัตรเช้าเย็นและปฎิบัติธรรมนั่งสมาธิทุกวัน  เมื่อถึงวันงานวัดประจำปี


ทางวัด จัดปฎิบัติธรรมช่วงวันมาฆบูชาทุกๆปี 

เพราะเมื่อก่อนที่อาตมาสัน เป็นโยมอุบาสก นุ่งห่มผ้าขาว มาปฎิบัติธรรมที่วัดนี้ทุกปีปฎิบัติบำเพ็ญบุญกริยาวัตถุ10 เช่นการให้ทาน ปฎิบัติศีล 5ศีล8เจริญภาวนา

                                           


มีการนิมนต์พระนักเทศน์ดังจากวัด ทั่วไทยมาแสดงธรรมทุกปี และ พร้อมการปฎิบัติธรรม เดินจงกรม นั่งสมาธิ ทำบุญใส่บาตรตอนเช้า เวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทุกๆปี ภายในวัด
      
    ทางวัดยินดีต้อนรับชาวพุทธทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยือน อีกทั้งได้บุญกราบไหว้สักการะพระบรมสาริกธาตุระลึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า
                                              

     เหมือนพระพุทธเจ้า ทรงใกล้ชิดคุ้มครองชาวโลกตลอดเวลา เพราะถ้ามีศีลมีธรรมะ ธรรมะพุทธเจ้าก็จะคุ้มครอง ดั่งคำกล่าว ภาษาบาลีที่ว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

                           


                                   ทางไป กุฎิสีเขียวที่อาตมาสันพักอาศัยปฎิบัติธรรมภายในวัดป่าขามใหญ่
    
    ส่วนท่านที่ต้องการเดินทางมาที่วัดสักการะเจดีย์สารีริกธาตุ หรือ สนทนาธรรมกับอาตมาสัน เชิญได้ที่กุฎิสีเขียว โดย ติดต่อ อาตมาสัน ผู้เขียนได้ที่ 0807285088aisส่วน
true move-h เบอร์0885830092หรือสนทนาธรรมผ่าน  โปรแกรมแซทเฟสบุ๊ค ที่.............

www.facebook.com/sanwonder โดยต้องสมัครลงทะเบียนกับโปรแกรมเฟสบุ๊คก่อน เพื่อติดต่อพูดคุยสนทนาธรรมกับอาตมาสัน ผ่านโปรแกรมทั้งเห็นหน้าและไม่เห็นหน้าผ่านกล้อง เพราะปกติอาตมาสันปีกลาย54จำพรรษาที่วัดบ้านคูขาด อ.เขื่องใน 


.อุบลฯ ปีนี้55หลวงพ่อชินเจ้าอาวาสวัดป่าขามใหญ่ ชวน    อาตมาสันอยู่จำพรรษาเป็นเพื่อน และอีกทั้งใกล้บ้านโยมแม่ ที่อยู่ในเมืองอุบลฯเพราะบางทีอาตมาไปทำธุระในเมืองอุบลฯและแวะเยี่ยมโยมแม่และญาติธรรม บ่อยๆ  และ

                                          
                   ภาพขณะที่อาตมาสัน กำลังเขียนบันทึกลงสมุดมีแมวขึ้นเกาะไหล่อาตมา
                           ปัจจุปันซื้อคอมพ์ ยี่TOSHIBAบันทึกโน๊ตบุ๊คแบบออฟไลน์แล้ว

เพื่อนำต้นฉบับ อัทเดทออฟไลน์ ไปอัพเดทออนไลน์  ขึ้นอินเตอร์เน็ตเผยแพร่ไปทั่วโลกทั้งข้อมูลภาพและเสียงวิดีโอ ที่ร้านอินเตอร์เน็ต สาธารณะ……

  จึงให้ญาติโยม ให้ความสะดวก จัดมุมอินเตอร์เน็ตพระสงฆ์ อาตมาสันก็พอมีปัจจัยที่ญาติโยมถวายมาเล็กๆน้อยๆเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งไม่มากในอุปกรณ์เผยแพร่ออน์ไลน์อินเตอร์เน็ต….สำหรับวันนี้  อาตมาสัน (พระสันติชัย)ธัมมะทีโป ยุติการเขียนแค่นี้ก่อน  พบกับเรื่องราวอาตมาได้อีกสัปดาห์หน้า  ..เจริญพร  เจริญธัม จงมีแก่ญาติโยมทุกๆท่านทุกๆคน








วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เชิญชาวพุทธทำงานถวายงานพระพุทธเจ้า






                                           อาตมาสละแรงงานบุญขึ้นไปฉาบปูนเองบนที่สูงมากเสี่ยงตายอันตรายทุกวินาที
โดยไม่ได้รับค่าเงินจ้างรางวัล  แต่ทำงานเป็นบุญ


                 ที่อาตมา เชิญชาวพุทธทำงานถวายพระพุทธเจ้า เป็นเพาะว่า ตามที่อาตมาได้เดินทางจาริกธรรมไปที่วัดภูพลานสูง อ.นาจะหลวย จ.อุบลฯ
 ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ 
 แต่อาตมาทำโดยความตั้งใจที่จะเกิดขึ้น


พระวัดภูพลานสูงกำลังก่อสร้างพระประธาน
        เพื่อสร้างกรรมดีเพื่อลดกรรมไม่ดี            




  เพราะหลวงพ่อภรังสี เจ้าอาวาส เคยเดินทางมาเทศน์ที่วัดป่าขามใหญ่ อาตมาตอนนั้นเป็นโยมชาวบ้านประชาชนธรรมดา ยังไม่ได้บวชเป็นพระ กล่าวเมื่อหลายปีก่อน  อาตมาจำ พศ.ไม่ได้ ถ้ามีโอกาสมาบำเพ็ญบุญกริยาวัตถุ 10 ที่วัดภูพลานสูง ก็ควรมาทำ......


 ตั้งแต่การให้ ทาน มีศีล  ภาวนา สละแรงงานแรงกายยิ่งได้บุญหนักบุญแรง
           เพราะบุญกุศลที่ทำงานถวายพุทธเจ้าเป็นการลดบาปกรรมวิบาก ตั้งแต่กรรมบาดเจ็บเล็กน้อย ขั้นเบา ขั้นกลาง และ บางทีอาจขั้นรุนแรงถึงอาจถึงชีวิต ถ้าเกิดกรรมหนัก


วิหารครอบโลหิตธาตุ พระเขี้ยวแก้ว ข้อพระหัตถ์ขวาพุทธเจ้า
และอรหันต์สาวก ที่ยังไม่แล้วเสร็จ






อาตมาจึงได้โอกาสมาวัดนี้ตั้งแต่ 7-17พค.55 หลวงพ่อเจ้าอาวาสบอกว่า การบำเพ็ญบุญ เป็นการช่วยลดแรงวิบากกรรมลง จากหนักเป็นเบา จากเบาก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย จนกระทั่งชีวิตมีแต่ความสุขมั่งคงการงานดีไม่ทุกข์ร้อน
อาตมาเริ่มทำตั้งแต่ ทำวัตร ทาน ปฎิบัติศีล ภาวนา ทำทุกอย่างที่เกิดบุญติดตัว


 บุญคือความสุขช่วยลดบาป
แม้กระนั้น กรรมยังอุบัติขึ้นกับอาตมา โดยขณะที่ช่างวัดซ้อนมอเตอร์ไซด์ขึ้นเขา มอไซด์ล้ม ทำให้หัวเข่าอาตมาเป็นแผล เข่าปวดบวม  เดินไม่ได้ตั้งหลายวัน เกิดทุกข์เวทนาเป็นอันมาก  อาตมารู้ด้วยจิตใต้สำนึก วิญญาณกบ ที่อาตมาก่อนบวชเคยหักขากบ  มาทวงหนี้กรรม





รอยพระบาทพุทธเจ้าประทับรอยไว้บนภูพลานสูง เชิญชาวพุทธ
เดินทางกราบนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิตกับตนเองได้ทุกวัน




พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทนี้ไว้ ในคราวที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ ๕๐ พรรษา ก่อนปรินิพพาน ๓๐ ปี พระพุทธองค์ได้เสด็จมาพร้อมเหล่าพระสาวก ผู้ติดตามมี พระมหากัสสปะเถระ พระสิวลี และพระอานนท์

           เพื่อจะแสดงธรรมโปรดพระมหาเทวจักร กิตฺติโก ผู้เป็นประธานสงฆ์ในเขตสุวรรณภูมิประเทศ เพราะพระองค์ทรงทราบด้วยพระสัพพัญญุตตญาณว่า ในภายภาคหน้า พระมหาเทวจักร กิตฺติโก จะเป็นผู้รองรับพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธองค์ เมื่อได้ฟังธรรมแล้ว พระมหาเทวจักร กิตฺติโกได้บรรลุเป็นอรหันต์

           จากนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปประทับรอยพระบาทไว้ที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และได้ทรงประทักษิณ (เวียนขวา) สามรอบ พระสิวลี ได้นิมนต์พระพุทธเจ้าประทับรอยพระบาทลงมวลสารดิน ที่พระมหากัสสปะได้นำมาจากประเทศอินเดีย และจัดหาแร่ ๓ ชนิดนำมาผสมกัน แล้วนำวางไว้บนแผ่นหิน ให้พระพุทธองค์ทรงประทับรอยไว้




                               อาตมาสัน กำลังสัมผัส รอยพระหัตถ์อฐิษฐานเพื่อความสุขความสำร็จสมหวัง
                                                                     (รอยมือพุทธเจ้าตรงที่ประทับไว้บนหน้าผา)
                           ซึ่งสถานที่เดินทางไปทางใต้ของวัด  ริมหน้าผาข้างล่าง ราว 2.5 กม. มีพระประธานปางนาคปรก
                                                              ประดิษฐานอยู่ไว้ให้ชาวพุทธรกราบนมัสการ




                         พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า แม้เราจะปรินิพพานแล้ว แต่เรายังไม่ได้ทอดทิ้งสาวกไปไหน บุญบารมีของเราจะมาอุบัติขึ้น ณ ที่ตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาลค่อนพุทธันดร พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วมอบรอยพระพุทธองค์ ให้แก่พระมหาเทวจักร กิตฺติโก
เก็บรักษาไว้ภายภาคหน้านั้นจะได้บูชา


         ผู้เกิดในภพหน้าปรารถนาจึงได้เห็น พระพุทธศาสนาจะมาเจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ จะมีผู้มีบุญบารมีมาค้นพบ และประกาศศาสนธรรมของพระองค์ ต่อมาพระครูธรรมธรภรังสี ฉนฺทโร ได้ค้นพบได้แสดงปาฎิหาริย์ให้เห็น จึงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง.....

เชิญนมัสการรอยพุทธบาทวัดภูพลานสูง

                                              วิหารรอยพระพุทธบาทที่กำลังก่อสร้าง


                                      อาตมาสัน   ผู้เขียน ถ่ายภาพหน้าวิหาร รอยพุทธบาท
                                                ที่กำลังสร้างแต่ยังไม่แล้วเสร็จ วัดภูพลานสูง อ.นาจะหลวย จ.อุบลฯ



         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทนี้ไว้ ในคราวที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ ๕๐ พรรษา ก่อนปรินิพพาน ๓๐ ปี พระพุทธองค์ได้เสด็จมาพร้อมเหล่าพระสาวก ผู้ติดตามมี พระมหากัสสปะเถระ พระสิวลี และพระอานนท์

           เพื่อจะแสดงธรรมโปรดพระมหาเทวจักร กิตฺติโก ผู้เป็นประธานสงฆ์ในเขตสุวรรณภูมิประเทศ เพราะพระองค์ทรงทราบด้วยพระสัพพัญญุตตญาณว่า ในภายภาคหน้า พระมหาเทวจักร กิตฺติโก จะเป็นผู้รองรับพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธองค์ เมื่อได้ฟังธรรมแล้ว พระมหาเทวจักร กิตฺติโกได้บรรลุเป็นอรหันต์

           จากนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปประทับรอยพระบาทไว้ที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และได้ทรงประทักษิณ (เวียนขวา) สามรอบ พระสิวลี ได้นิมนต์พระพุทธเจ้าประทับรอยพระบาทลงมวลสารดิน ที่พระมหากัสสปะได้นำมาจากประเทศอินเดีย และจัดหาแร่ ๓ ชนิดนำมาผสมกัน แล้วนำวางไว้บนแผ่นหิน ให้พระพุทธองค์ทรงประทับรอยไว้



                         พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า แม้เราจะปรินิพพานแล้ว แต่เรายังไม่ได้ทอดทิ้งสาวกไปไหน บุญบารมีของเราจะมาอุบัติขึ้น ณ ที่ตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาลค่อนพุทธันดร พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วมอบรอยพระพุทธองค์ ให้แก่พระมหาเทวจักร กิตฺติโก
เก็บรักษาไว้ภายภาคหน้านั้นจะได้บูชา

         ผู้เกิดในภพหน้าปรารถนาจึงได้เห็น พระพุทธศาสนาจะมาเจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ จะมีผู้มีบุญบารมีมาค้นพบ และประกาศศาสนธรรมของพระองค์ ต่อมาพระครูธรรมธรภรังสี ฉนฺทโร ได้ค้นพบได้แสดงปาฎิหาริย์ให้เห็น จึงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง