โดยไม่ได้รับค่าเงินจ้างรางวัล แต่ทำงานเป็นบุญ
ที่อาตมา เชิญชาวพุทธทำงานถวายพระพุทธเจ้า เป็นเพาะว่า ตามที่อาตมาได้เดินทางจาริกธรรมไปที่วัดภูพลานสูง อ.นาจะหลวย จ.อุบลฯ
ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
แต่อาตมาทำโดยความตั้งใจที่จะเกิดขึ้น
พระวัดภูพลานสูงกำลังก่อสร้างพระประธาน
เพื่อสร้างกรรมดีเพื่อลดกรรมไม่ดี
เพราะหลวงพ่อภรังสี เจ้าอาวาส เคยเดินทางมาเทศน์ที่วัดป่าขามใหญ่ อาตมาตอนนั้นเป็นโยมชาวบ้านประชาชนธรรมดา ยังไม่ได้บวชเป็นพระ กล่าวเมื่อหลายปีก่อน อาตมาจำ พศ.ไม่ได้ ถ้ามีโอกาสมาบำเพ็ญบุญกริยาวัตถุ 10 ที่วัดภูพลานสูง ก็ควรมาทำ......
ตั้งแต่การให้ ทาน มีศีล ภาวนา สละแรงงานแรงกายยิ่งได้บุญหนักบุญแรง
เพราะบุญกุศลที่ทำงานถวายพุทธเจ้าเป็นการลดบาปกรรมวิบาก ตั้งแต่กรรมบาดเจ็บเล็กน้อย ขั้นเบา ขั้นกลาง และ บางทีอาจขั้นรุนแรงถึงอาจถึงชีวิต ถ้าเกิดกรรมหนัก
วิหารครอบโลหิตธาตุ พระเขี้ยวแก้ว ข้อพระหัตถ์ขวาพุทธเจ้า
และอรหันต์สาวก ที่ยังไม่แล้วเสร็จ
อาตมาจึงได้โอกาสมาวัดนี้ตั้งแต่ 7-17พค.55 หลวงพ่อเจ้าอาวาสบอกว่า การบำเพ็ญบุญ เป็นการช่วยลดแรงวิบากกรรมลง จากหนักเป็นเบา จากเบาก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย จนกระทั่งชีวิตมีแต่ความสุขมั่งคงการงานดีไม่ทุกข์ร้อน
อาตมาเริ่มทำตั้งแต่ ทำวัตร ทาน ปฎิบัติศีล ภาวนา ทำทุกอย่างที่เกิดบุญติดตัว
บุญคือความสุขช่วยลดบาป
แม้กระนั้น กรรมยังอุบัติขึ้นกับอาตมา โดยขณะที่ช่างวัดซ้อนมอเตอร์ไซด์ขึ้นเขา มอไซด์ล้ม ทำให้หัวเข่าอาตมาเป็นแผล เข่าปวดบวม เดินไม่ได้ตั้งหลายวัน เกิดทุกข์เวทนาเป็นอันมาก อาตมารู้ด้วยจิตใต้สำนึก วิญญาณกบ ที่อาตมาก่อนบวชเคยหักขากบ มาทวงหนี้กรรม
รอยพระบาทพุทธเจ้าประทับรอยไว้บนภูพลานสูง เชิญชาวพุทธ
เดินทางกราบนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิตกับตนเองได้ทุกวัน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทนี้ไว้ ในคราวที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ ๕๐ พรรษา ก่อนปรินิพพาน ๓๐ ปี พระพุทธองค์ได้เสด็จมาพร้อมเหล่าพระสาวก ผู้ติดตามมี พระมหากัสสปะเถระ พระสิวลี และพระอานนท์
เพื่อจะแสดงธรรมโปรดพระมหาเทวจักร กิตฺติโก ผู้เป็นประธานสงฆ์ในเขตสุวรรณภูมิประเทศ เพราะพระองค์ทรงทราบด้วยพระสัพพัญญุตตญาณว่า ในภายภาคหน้า พระมหาเทวจักร กิตฺติโก จะเป็นผู้รองรับพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธองค์ เมื่อได้ฟังธรรมแล้ว พระมหาเทวจักร กิตฺติโกได้บรรลุเป็นอรหันต์
จากนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปประทับรอยพระบาทไว้ที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และได้ทรงประทักษิณ (เวียนขวา) สามรอบ พระสิวลี ได้นิมนต์พระพุทธเจ้าประทับรอยพระบาทลงมวลสารดิน ที่พระมหากัสสปะได้นำมาจากประเทศอินเดีย และจัดหาแร่ ๓ ชนิดนำมาผสมกัน แล้วนำวางไว้บนแผ่นหิน ให้พระพุทธองค์ทรงประทับรอยไว้
อาตมาสัน กำลังสัมผัส รอยพระหัตถ์อฐิษฐานเพื่อความสุขความสำร็จสมหวัง
(รอยมือพุทธเจ้าตรงที่ประทับไว้บนหน้าผา)
(รอยมือพุทธเจ้าตรงที่ประทับไว้บนหน้าผา)
ซึ่งสถานที่เดินทางไปทางใต้ของวัด ริมหน้าผาข้างล่าง ราว 2.5 กม. มีพระประธานปางนาคปรก
ประดิษฐานอยู่ไว้ให้ชาวพุทธรกราบนมัสการ
พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า แม้เราจะปรินิพพานแล้ว แต่เรายังไม่ได้ทอดทิ้งสาวกไปไหน บุญบารมีของเราจะมาอุบัติขึ้น ณ ที่ตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาลค่อนพุทธันดร พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วมอบรอยพระพุทธองค์ ให้แก่พระมหาเทวจักร กิตฺติโก
เก็บรักษาไว้ภายภาคหน้านั้นจะได้บูชา
ผู้เกิดในภพหน้าปรารถนาจึงได้เห็น พระพุทธศาสนาจะมาเจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ จะมีผู้มีบุญบารมีมาค้นพบ และประกาศศาสนธรรมของพระองค์ ต่อมาพระครูธรรมธรภรังสี ฉนฺทโร ได้ค้นพบได้แสดงปาฎิหาริย์ให้เห็น จึงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง.....
ผู้เกิดในภพหน้าปรารถนาจึงได้เห็น พระพุทธศาสนาจะมาเจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ จะมีผู้มีบุญบารมีมาค้นพบ และประกาศศาสนธรรมของพระองค์ ต่อมาพระครูธรรมธรภรังสี ฉนฺทโร ได้ค้นพบได้แสดงปาฎิหาริย์ให้เห็น จึงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง.....





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น