วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ถ้าประเทศไทยจะมั่งคั่ง ผู้นั่งต้องสร้างแบรนด์เขย่าโลก


วันนี้ไม่รู้เกิดเอ็กซิเด็นท์  อะไร กับโน๊ตบุ๊คTOSHIBA    อยู่ๆปุ่มอักษรคีย์บอร์ดบางตัว เสีย  ผมจึงนำคีย์บอร์ดพ่วงสำรอง มาใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า  เพื่อออนไลน์บทความประจำวัน ขึ้นสู่โลกอินเตอร์เน็ต ทันวันนี้ตอนเย็น.....\\\

 

 ตอนเช้าผมก็ติดตามข่าวทางหน้าจอทีวีเกือบป็นประจำทุกวัน ในฐานะเป็นประชาชน ในสังคมประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  ที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ เจ้าของประเทศ มีเสียงเสรีภาพในการพูดเขียนและทำ และการสื่อสารแสดงออก ถึงรัฐบาล ถึงความต้องการประเทศมีทิศทางเดินไปทางไหน   เพื่อเป็นข้อมูล แนวทางแก้ปัญหา กับผู้รับผิดชอบ ชาติบ้านเมืองทุกๆคน

 ตามวิสัยทัศน์ชาติ มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน ในเศรษฐกิจพอเพียง

  เมื่อพูดถึง ความมั่งคั่ง ถ้ามองดูประเทศไทยของเรา ก็นับว่า มั่งคั่งระดับระดับหนึ่ง มั่งคั่ง ที่ว่านั้นคือ  นับแต่ไหนแต่ไร  ประเทศไทย คือ ภูมิศาสตร์ อู่ข้าว อู่น้ำ  มีข้าวปลา อาหารสมบรูณ์ แต่ความมั่งคั่ง ทางการเงิน ที่เป็นระดับประเทสที่ร่ำรวยแล้วนั้น ยังไม่มั่งคั่งเท่าที่ควร เพราะความร่ำรวยยัง รวยกระจุก  จนกระจายอยู่ 
 
    คนไทยส่วนมากยังเป็นคนยากคนจน  มีกลุ่มเศรษฐีชาวไทย เพียงไม่กี่กลุ่ม เช่น กลุ่มบริษัทCPเจ้าสัวธนินทร์กลุ่มบริษัทชินวัตร ของอดีตนายกฯพตท.ดร.ทักษิณ  ชินวัตร กลุ่มBEC ไทยทีวีสีช่อง3หรือกลุ่มตระกูลมาลีนนท์ กลุ่มคีรี กาญจนพาสน์  แห่งรถไฟBTS กลุ่มเจ้าพ่อน้ำเมา เจ้าสัวเจริญ กลุ่มบริษัท เครื่องดื่มชูกำลัง กระทิงแดงและกลุ่มบริษัทเล็กบริษัทน้อย ในตลาดหุ้น หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   ที่ส่วนมากอิงกับภาคธุรกิจการเมือง ที่มักคุมอำนาจ ชะตาชีวิตเศรษฐกิจประเทศไทย     แต่อาจจะมีกลุ่มธุรกิจการเมือง กลุ่มใหม่ๆเข้ามาอีกหรือไม่นั้น  ผมยังไม่รู้ข้อมูล  แต่มีแนวโน้ม นักธุรกิจการเมืองหน้าใหม่ๆมีความสนใจเล่นธุรกิจการเมือง แต่รัฐธรรมนูญยังไม่ได้ห้าม เมื่อเล่นธุรกิจการเมือง ก็มักสร้างความร่ำรวยของธรกิจตนเองมากขึ้น จึงทำให้ช่องว่างระหว่าง ผู้ที่ไม่ได้เล่นธุรกิจการเมือง ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจนอยู่เหมือนเดิม เพราะอำนาจเงิน อำนาจกฎหมาย และ การเมือง ที่ตนมีอำนาจอยู่ แต่อาจจะไม่ถูกต้องชอบธรรม  ทางที่ดี คือ ทางลาดยาง เมืองอุบลฯ การเมือง ควรจะเป็นการเมืองล้วน ไม่มีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง

อย่างผมผู้เขียน ไม่เคยมีกิจการอาชีพธุรกิจส่วนตัวเลย

    เพราะธุรกิจการเมืองนั้น เน้นมุ่งหาเงินกำไร ให้ร่ำรวยมากขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง ก็คือ ไปเบียดเบียน ผลประโยชน์ ทรัพยากร ของคนยากคนจน ที่ควรจะได้ นั้น ได้มากขึ้น คนรวยก็เลยรวยมากขึ้น คนจนก็จนลงเหมือนเดิม บางครั้งออกแนวเศรษฐกิจมวยตู้  คือ แข่งขันต่อสู้กัน เอาเป็นเอาตาย เลือดตกยางออก ออกลายเสือ มีหล่มีเหลี่ยม กลยุทธ์เพื่อชนะคู่แข่งขัน ทั้ง ลักวิ่งชิงปล้น จึงมักได้ยินข่าว นักธุรกิจฆ่ากันตาย เพราะ แย่งชิงผลประโยชน์กัน

  แต่ก็นับว่า เป็นนิมิตหมายอันดี ที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา ประกาศต่อสาธารณะ เจ้าของประเทศทุกคน ว่า การเข้ามาทำงานของรัฐบาลชุดนี้  ไม่มีผลประโยชน์ ผมจึงปรบมือให้ด้วยความชื่นชมอย่างยิ่ง  เพราะไม่มีรัฐบาลไหนทำมาก่อน เพราะอดีตรัฐบาลทุกรัฐบาล  เข้ามาเพื่อมาเอา มาแสวงหาผลประโยชน์ทั้งนั้น ไม่ว่า กินตามน้ำ กินทวนน้ำ คอรับชั่นทุกโครงการ ประเทศไทยจึง แทบล่มจมหายนะเท่าทุกวันนี้

ประเทศไทยยังพอมีบุญ ที่ได้รัฐบาลทหาร เข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเศรษฐกิจกำลังไปได้สวย ในปีถัดๆไป

    ตามวิสัยทัศน์ชาติ มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน นั้น ถ้าผมมาพิจจารณาตามวิสัยทัศน์นี้แล้ว ชาติต้องการความมั่งคั่งมาก่อน ใช่มั้ย เพราะถ้าพูดถึงความมั่งคั่ง นั้น มักจะคือความร่ำรวย เงินและทรัพย์สิน มั่งคั่งทางวัตถุที่มีเหลือใช้ก็ได้ เช่น มีรถยนต์หลายคัน มีเมียหลายคนอย่างเฮียกอเฮียกวงที มีบ้านหลังใหญ่โตโอ่โถง มีข้าทาสบริวารรับใช้ เข้าขั้นคือเศรษฐี ระดับต้นๆ
 
   แต่ถ้าชะเง้อมองดูชาวไทยรวยระดับเศรษฐี แบบนี้มีน้อยมาก แบบรวยกระจุก  จนกระจายอย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ คือมั่งคั่งแบบนี้ใช่มั้ย แต่ความหมายของความมั่งคั่ง  อาจจะไม่เหมือนกัน เพราะถ้าสร้างความมั่งคั่ง กระจายให้ทั่วไทยนั้น
 
   มันต้องเริ่มสร้าง ความมั่งคั่งทางการเงินขึ้นมาก่อน ก็คือต้องสร้างนักธุรกิจขึ้นมา  แต่ไม่ใช่นักธุรกิจการเมืองนะ คนละอย่างกัน นักการเมืองก็คือนักการเมือง นักธุรกิจก็คือนักธุรกิจ ไม่ปนกัน  นักธุรกิจที่มีคุณธรรมในอาชีพ รับผิดชอบสังคมและสิ่งแวดล้อม  เพราะนักธุรกิจ นั้น มุ่งหาแต่เงิน  อะไรๆก็เงิน ไม่เคยให้ฟรีแก่ใคร ไม่ยอมเสียเงินให้ใครฟรีง่ายๆ
 
    คือนักธุรกิจคุณธรรม ต้องกล้าให้ฟรีแก่ผู้อื่น ตระหนักรับผิดชอบสังคม เหมือนนักธุรกิจ สมัยใหม่ คือ usr หรือnsr อะไรนี่แหละ ผมก็จำไม่ได้ คือ มี นักธุรกิจ มี อา อา อ้า นี่แหละ  คือ นักธุรกิจคุณธรรม รับผิดชอบสังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่เห็นแก่เงิน หรือ ไม่เห็นแก่ตัวเกินไป ทำให้สังคมประเทศไทยส่วนมากเสียหาย    ซึ่งก็คือ รัฐบาลไปสนับสนุน นักธุรกิจ SMEนั้นถูกแล้ว ส่งเสริมและผลักดันให้มากขึ้นเรื่อยๆ
 
     เมื่อแหล่งทุนธนาคารก็ต้องกล้าปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโรงงานอาหารเจและมังสวิรัติ และอาหารแปรรูปทั่วไป เพราะประเทศไทยจะเน้นเรื่องผลิตอาหาร  อุตสาหกรรมSMEอื่นๆก็ลดหลั่น ไปตามลำดับ ความเหมาะสม ต่อการลงทุน จะไม่เกิดหนี้เสีย หรือNPLตามมา เพื่อให้เศรษฐกิจเกิดความมั่งคั่งภายในแล้ว สามารถเลี้ยงดูเรื่องปากเรื่องท้อง ของพลเมืองประชาชนในประเทศ อยู่ดีมีสุข ได้ทั่วถึง 
 
     คนที่รวยอยู่แล้วก็ต้องเสียสละความรวยให้แก่คนยากจน ไม่ให้เหลื่อมล้ำมากเกินไป เมื่อความมั่งคั่งยังขาดแคนอยู่ก็เพิ่มความมั่งคั่งไปดูดเงิน จากประเทศฝรั่ง มากๆขึ้น เช่นสร้างนักธุรกิจดูดเงินจากประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศกลุ่มยูโร เฉพาะกลุ่มประเทศหลังนี้ รวยมาก เขาว่า รวยกว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาอีก ประเทศจีนซึ่งรวยกว่าประเทศไทย บริเวณแถบเอเชียด้วยกัน ไปดูดเงินหยวนมา ซึ่งนักธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จ นั้น เขาใช้หลักการตลาด เข้าช่วย มีหลักการสร้างแบรนด์ พยายามลดการขาดดุลทางการค้า  หลักการตลาด การค้าการขาย ลองไปสืบเสาะ นักธุรกิจไทยเก่งๆและมีคุณธรรม นำมาเป็นทีมเศรษฐกิจประเทศไทย 

 

ประเทศไทย เด่นเรื่องวัฒนธรรมการท่องเที่ยว หาเงินเข้าประเทศได้มากที่สุด ซึ่งเกี่ยวกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทยมาก เพราะคนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยนั้น มาเพื่อหารอยยิ้มพิมพ์ใจ ของชาวไทย เฉพาะผู้หญิงไทย รอยยิ้มไทย นี่แหละ สร้างแบรนด์สินค้าได้ดีที่สุด รอยยิ้มดี จริงใจ อัธยาศัยดี เอาใจเก่ง ของหญิงไท ย  ฝรั่งต่างชาติตกหลุมรัก หญิงไทย ร่วมหอลงโรง เป็นเขยไทยก็หลายราย เมื่องไทยแทบจะกลายเป็นเมืองฝรั่งไปแล้ว

 

เรื่องการสร้างแบรนด์ไทย นี้สำคัญมากครับ ท่าน นายกฯ และเพื่อนๆชาวไทยของผม ช่วยสร้างแบรนด์แบบธรรมชาตินี้ ซึ่งต่างจากแบรนด์ หรือ บางทีคือสัญลักษณ์สินค้า สื่อถึง คุณภาพขององค์กรนั้น เช่น

แบรนด์ ยี่ห้อ มือถือ แอปเปิ้ล จากสหรัฐอเมริเกา  แพงเท่าไหร่ ทั่วโลกก็ซื้อเพราะมีแบรนด์ดี คุณภาพดี ถ้าเป็นสินค้ามือถือ ชาวไทย ก็คือยี่ห้อไอโมบาย  แต่ไม่ค่อยนิยมทั่วโลก
เมื่อสร้างนักธุรกิจไทย ก็สร้างแบรนด์ของคนไทย ผู้ซื้อทั่วโลกเชื่อถือ ยอมรับในสินค้านั้น ก็ซื้อแต่สินค้าไทย ก็นำรายได้เข้าประเทศมากขึ้น สร้างแบรนด์หลายๆสินค้า ก็นำรายได้ความมั่งคั่งสู่ประเทศไทยมากขึ้น

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อุบลราชธานีเมืองหลวงอาเซียน


ผม หลังจากได้ปล่อยบทความ บนบล็อกไปหลายเรื่อง มีประเด็นหนึ่ง คือ
เรื่องกระจายอำนาจเศรษฐกิจ จากศูนย์กลางกรุงเทพฯ เมืองหลวงของ       ประเทศไทย สู่เศรษฐกิจต่างจังหวัด หรือ กลุ่มจังหวัด

 
เพราะเศรษฐกิจกรุงเทพ เติบโต เป็นอย่างมาก ปัญหาเมืองใหญ่ก็มีเป็นเงาตามตัว หลังจากที่ผมได้ปล่อยบทความไปสักครู่ ไม่รู้หูผมแว่วๆได้รับคำตอบมาทันควัน อยากให้ต่างจังหวัดอุบลราชธานีบ้านผม เป็นเมืองหลวงของอาเซียน ผมไม่นึกไม่ฝัน จะได้รับคำตอบที่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้


   แต่ก็เหมาะสมดี สมกับทำเลทางภูมิศาสตร์ แถบอีสานตอนล่าง ขึ้นชื่อว่าเมืองอุบลราชธานี เป็นเมืองของนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา เช่นหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่ชา สุภัทโท เคยมาเกิดที่นี่ เพียงหลวงปู่ชา แห่งวัดหนองป่าพง อริยสงฆ์รูปเดียว ในยุคประเทสไทยสมัยนี้ ถือว่าเป็นกองทัพธรรมยุคโลกาภิวัตน์ ได้เลยทีเดียว เพราะท่านนำพระสงฆ์ขยายกิ่งก้านสาขา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้อย่างเป็นปึกแผ่น ประจวบเหมาะกับยุครัฐบาล คสช.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตผู้นำกองทัพบก มีความคิดที่จะปฎิรูปศาสนา โดยเฉพาะเรื่อง ล่าสุด การออกกฎหมาย เก็บภาษีพระ  ตั้งแต่2หมื่นบาทขึ้นไปต้องเสียภาษี

 

  เรื่องทำเลภูมิศาสตร์ แถบบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี และ กลุ่มจังหวัด ในเขตอีสานตอนล่าง   เป็นที่ราบสูง  ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมเหมือนกรุงเทพฯอุบลฯเป็นดินแดนศักดิ์สิทธ์ ที่พระอริยเจ้ามาเกิดมากที่สุด เรื่องประสบภัยทางธรรมชาติไม่ค่อยมีเหมือนภาคอื่นๆ  ถ้าไปที่ภาคเหนือ ก็มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นแล้ว ที่เชียงราย   ถ้าไปที่ภาคใต้ก็มีภัยสึนามิ แผ่นดินไหวที่พังงา แถบภาคตะวันตกและกลาง มีความคุกรุ่น แผ่นดินไหว ที่อยู่บนรอยเลื่อนภูเขาไฟ ที่กาญจนบุรี  

     เพื่อนบ้านไทยถ้าหลังจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เนปาล แผ่นดินไหวล่าสุด เกิดขึ้นที่ลาว ตามที่ผมได้รับรายงานข่าวจากฟรีทีวีช่อง3เมื่อเช้าวันนี้ จากรายการเรื่องเล่าเช้านี้  ผมมีความรู้สึก สัมผัสรับรู้ อะไรพิกล ซึ่งบางที่ไม่สามารถบอกเพื่อนๆชาวไทยได้  พักนี้ทำไมมีแต่ข่าวภัยธรรมชาติ เกิดขึ้นติดต่อกัน ซ้ำ เรื่อยๆในระยะห่างไม่นานมากนัก  ห่างกันไม่ถึงเดือน เอาอีกแล้ว 

   หรืออาจจะเป็นไปตามคำทำนายของโหร ชาวไทย ที่ออกมาทำนายประเทศไทย อาจจะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมีอีก เช่น สึนามิรอบ2แผ่นดินไหวหนักๆแถบอ่าวไทย ทำให้เกิดน้ำทะเลหนุน พัดเข้าถล่มตึกอาคารสูงๆที่กรุงเทพฯพังพินาศ ก็น่าจะรับฟังโหรบ้าง บางทีอาจจะเกิดขึ้นได้  แถมจังหวะการโฆษณาหนังภาพยนตร์ ฮอลลีวู๊ด ที่เผยแพร่ทางฟรีทีวี เรื่องมหาภัยวิบัติโลก ผมอาจจะจำชื่อเรื่องหนังผิด ก็อภัย ที่มีฉากตึกสูงถล่มที่สหรัฐอเมริกา ถูกน้ำท่วม  แผ่นดินไหว ผู้คนวิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต 

   นี่เฉพาะแผ่นดินไหว ขนาด 5.0ริกเตอร์ ที่ประเทศลาว ซึ่งเป็นบ้านพี่เมืองน้องของไทยแท้ๆ ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้  เพราะผมไม่เคยได้ยินข่าวมานมนาน ก็เกิดได้ ที่มีผู้บอกล่วงหน้าทางสื่อต่างๆ คือ ธรรมชาติกำลังเอาคืน กำลังลงโทษ ถ้าชาวโลกทำผิดกฎธรรมชาติอีกอยู่เรื่อยๆ กฎธรรมชาติคือ กฎของศาสนา ศีลธรรมอันดีนั่นเอง



   เมื่ออุบลราชธานีคือ เมืองหลวงอาเซียน จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง  เพราะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นเมืองศาสนา  เพราะชาวเมืองแถบนี้ คือ ผู้ใฝ่ศีลธรรมศาสนา ก็ย่อมทำให้ภูมิภาค มีความปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ อย่างอัตโนมัติ  เมื่อสร้างตึกรามบ้านช่องแล้ว ไม่ต้องกลัว ถูกถล่มด้วย ภัยพิบัติแผ่นดินไหว รุนแรง และน้ำท่วม  ซึ่งอุบลราชธานี ก็อยู่กลางๆของอาเซียนพอดี คือ ดินแดนติดต่อทางเหนือ ก็ลาวและเวียตนาม ทางตะวันตกติดเมียนมาร์ ทางใต้ติดมาเลย์ สิงค์โปร์ และประเทศอื่นๆตามลำดับ 

    เพราะฉะนั้นชาวไทยทุกคนต้องเตรียมตัว สู่อาเซียน เพราะเมื่ออุบลราชธานีเป็นเมืองหลวงอาเซียน  ชาวอาเซียนทั้งหลาย ก็จะคบค้าสมาคม พากันหลั่งไหล มายังอุบลราชธานี เมืองหลวงอาเซียน  ซึ่งอาจจะเป็นศูนย์กลางการค้าขายอาเซียนห่งใหม่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ หรือ ศูนย์กลางบริหารการจัดการของประเทศอาเซียนแห่งใหม่ รองจากกรุงเทพฯ  เพราะปัจจุบัน ที่กรุงเทพฯ  นับวัน แออัด มากขึ้น



   ประการแรก ที่สำคัญ เรื่องภาษา  เพราะถ้าพูดคุยด้วยภาษาไม่รู้เรื่อง ก็อาจจะไม่ค่อยได้รับความสะดวก ภาษาที่ส่วนมากนิยมใช้คือ ภาษาอังกฤษ แต่เมื่อรวมเป็นอาเซียน อาจจะมีภาษาอาเซียนเกิดขึ้นใหม่ เพราะประเทศไทยมีภาษาไทย และพัฒนาภาษาขึ้นไปเป็นภาษาศาสนาใหม่ เพราะเป็นประเทศศาสนา  การค้าขายธุรกิจ อาจใช้ภาษาอังกฤษไปก่อน และค่อยๆใช้ภาษาศาสนาธรรมให้มากขึ้น อย่างเช่นไม่พูดภาษาหยาบ ตลบตะแลง คำเสียดสี ด่าทอ คำขู่คำอาฆาตต่างๆ  พูดภาษาแล้วฟังนุ่มนวล  รื่นหู คำจริง คำผูกสมานปรองดองสามัคคีกัน

  อันนี้ท่านพระเจ้า ท่านไม่ได้ห้าม ไม่ให้แสดงนะ  ใครไปบอกห้ามคนแสดง นั้นมีโทษมหันต์  เพราะศาสนาไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือลิขสิทธิ์เพียงผู้เดียว  ใครมีธรรมที่แสดง  ก็บอกกันได้ เขาจะรับฟังหรือ ไม่ฟัง หรือรับเชื่อ นั้นเป็นเรื่องของเขา

  
   เรื่องที่2 ก็คือเรื่องการศึกษา หาความรู้ ในสัมมาอาชีพของตนเอง ตามความถนัด ความชอบ พลเมืองชาวอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง ที่ต้องการให้เป็นเมืองพุทธเกษตร แหล่งเกษตรกรรม ก็ต้องเน้นเรื่องสัมมาอาชีพเกษตร เพื่อ เป็นสังคมผลิตอาหาร และป้อนสู่เมืองโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ต่อไป

เมื่ออุบลราชธานี คือเมืองหลวงอาเซียน การออกแบบสร้างเมือง ก็จะมีการวางแผนสร้างเมืองพัฒนาขึ้นในอนาคตต่อไปเรื่อยๆและวางแผนป้องกันปัญหาทีอนาคตอีกด้วย   เพราะเมื่อทุกชาติอาเซียน รวมกันที่นี่ เศรษฐกิจทุกอย่าง จะสู่ระบบเดียวกัน เหมือนอเมริกาที่ทุกคนเชื้อชาติศาสนา รวมกันที่นั่น พลเมืองประเทศจึงมีมากถึง300ล้านกว่าคน
 ส่วนอาเซียนกระทั่งเศรษฐกิจเดียวกัน ระบบแรงงานอันเดียวกัน ระบบภาษีก็เป็นศูนย์  ไปๆมาอาจจะรวมพลเมืองประเทศอาเซียนประเทศเดียวเหมือนอเมริกา800-900ล้านคนประชากร  รวมไปถึงอาจจะรวมศาสนาอาเซียน เป็นศาสนาเดียวในที่สุด

เอาหละพูดไว้เพียง 2อย่างก่อน  ถ้ามีโอกาสหน้า จะเขียนเรื่องอุบลราชธานีเมืองอาเซียนต่อไป  สวัสดีครับ

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อยากเห็นรัฐบาล คือดั่งเช่น มัจจุราชแมวจับหนู


 

ยี่สิบสองพฤษภา2557ปฎิทินไทย    ของขวัญจากใจฉันเคยให้เธอ

ลืมผมแล้วหรือ คนซื่อหน้าเซ่อ       คนที่ตัวเธอบอกแสนเมตตา

โชคดีมีชัยขอให้ไกล่เกลี่ย             ทุกวินาทีเธอปริศนา

คู่ใหม่ของเธอมีหน้ามีตา              หนึ่งปีผ่านมาแสนทรมาน

 

หนึ่งปีผ่านไป สำหรับการทำรัฐประหาร ของ คสช. มีหลายฝ่ายออกมา

ตรวจประเมินผลงานรัฐบาล บางฝ่ายให้ผ่าน บางฝ่ายไม่ให้ผ่าน สุดแล้วแต่อยู่ฝ่ายไหน และใช้หลักเกณฑ์อะไรประเมิน  แต่ทีเห็นก็คือโพลสำรวจดุสิต หนึ่งหละที่สำรวจผลออกมา เป็นข่าวในรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์24พฤษภาคม2558ที่ผ่านมา

  คสช.โดยการนำของพลเอกประยุทธ์   จันทร์โอชา ถือว่าเป็น รัฐบาลปฎิวัติรัฐประหารด้วยความจำเป็น เพื่อยุติความความรุนแรงทางการประท้วงการเมือง ของพวกเสื้อเหลือง และ พวกเสื้อแดง

 

การประเมินผลงาน คสช. ที่ผมให้ผ่าน คือ เรื่องจัดการในด้านดูแลความสงบเรียบร้อย ทางการเมืองทั้ง2ฝ่ายยุติลง


   ส่วนเรื่องอื่นๆนั้นเป็นภารกิจเพิ่มเติม เช่น การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเมื่อมีการปฎิวัติ มักมีการร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว รอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ การปฎิรูปประเทศไทย ทุกๆด้าน  ผ่านทางด้าน สปช. ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญและโดดเด่นมาก


  ยุคปฎิรูป ประเทศไทย ครั้งนี้เป็นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าทีเคยมีมา แต่ดูไปดูมาทำท่า หลายเรื่องไม่พบความคืบหน้ามากนัก ทำท่าเหมือนจะปฎิวัติครั้งนี้ เป็นการปฎิวัติเสียของแล้วกะมัง

  โดยเฉพาะการปฎิรูประบบข้าราชการ และการปฎิรูปตำรวจ ในกระบวนยุติธรรม  ส่วนเรื่องประเด็นหลังนี้ ผมทราบข่าวทางเพื่อสื่อมวลชนทางหนังสือพิมพ์และบล็อกโซเซียล ทอล์ก และ ทีวี ท่านนายกฯโบ๊ย การปฎิรูปตำรวจ ให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดหน้า เพราะถ้าระบบยุติธรรมดี มีตำรวจดี ประเทศไทยดีขึ้นกว่าครึ่ง

   เพราะเท่าๆที่รู้กันอยู่ ตำรวจไทย มีสภาวะอย่างไร ระบบยุติธรรมต้องเที่ยงธรรมศักดิ์สิทธิ์  และกฎหมายก็ทันสมัยเข้มแข็งศักดิ์สิทธิ์ตามไปด้วย ภาพตำรวจไทยยังติดลบอยู่เรื่อยๆ ประเดี๋ยว มีข่าวอุ้มฆ่า รีดค่าไถ่ พัวพัน ยาเสพติด และบ่อนการพนัน กระทั่งมีเอี๋ยวพัวพันการค้ามนุษย์ คือยังไม่เป็นที่ไว้วางใจของสังคมประชาชนมากนัก 

   กระทั่งผมคิดเลยเถิด ให้มีตำรวจเอกชน จะดีมั้ย หรือตำรวจอิมพอร์ตจากต่างประเทศ หรือ บางทีมีตำรวจโรโบค้อบ เหมือนในหนังภาพยนตร์ ตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทำงานอย่างซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมาตามกฎหมาย จับผู้ทำผิดกฎหมายได้หมด โดยไม่ไว้หน้า ตรงกับคอนเซ็ป แมวจับหนู จับหนูให้ได้  ไม่ว่าหนูจะมีสีอะไรก็ตาม  ที่ผมให้ไว้ในบทความก่อนๆ

ผมปรบมือชื่นชมและศรัทธา คสช.ที่ปราบ ข้าราชการฉ้อฉล ทุจริตคอรับชั่น ในวงการข้าราชการ ที่สวมบทบาทมัจจุราชแมวจับหนู ข้าราชการ   ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง  เข้าตากรรมการประชาชนมาก ผมปรบมือ และชูจักะแร้ให้ รัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง..

   อืม...   ผมชื่นชม แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควรทางการจัดการ   เพราะ รัฐบาลไม่ใช่จับหนู แต่เป็นเพียงย้ายหนูไป รูอื่นรังอื่น เพียงพักงานหนูไม่ไปสร้างความสกปรก รกรุงรัง โสโครก  ที่สถานที่ต่างๆอีก  ทางที่ถูกต้อง น่าจะปลดหนูออก หรือขังหนูไว้  จับได้แต่หนูบริวาร หรือ สมุนลูกน้องหนู  หนูตัวใหญ่ๆรัฐบาลแมวอย่ากลัว จับหนูไปเลย

 

   เอาหละ ถึงอย่างไรก็ตาม คสช.ก็ได้ปฎิวัติรับประหารแล้ว คืนความสุขให้คนในชาติ1ปีที่ผ่านมา ผมยังทุกข์แสนทรมานเหมือนเดิม ผู้บำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่มาหาชาวบ้านประชาชน จะสุขได้อย่างไร เห็นใบหน้าบางครั้งผมยิ้ม แต่ซ่อนความทุกข์ไว้ไม่ให้ใครเห็น ทั้งเจ้าวิญญาณกบ ก็มาทวงเข่า ผมดันทะลึ่งไปฆ่ากบปรุงอาหาร เมื่อตอนเด็กๆเพราะความไม่รู้ นี่เอาอีกแล้ว วิญญาณกิ้งก่า ที่ผมไปมัดคอ ฆ่ามันตาย ทำให้ผมเจ็บปวดคอมากๆๆซ้ำเติมกระหน่ำผมอีก ทั้งถูกคนด่าคนตีผม ไปนานๆเหรอ โอ้ย..ผม จะทนไม่ไหวแล้ว นี่เข้าไปเกือบปีที่20แล้ว

  

    สุดท้ายนี้ ให้ชาวไทยเป็นฝ่ายเดียวกัน  หยุดสร้างความแตกแยก ทำร้าย ทำลาย ประเทศของตนเอง ถ้าอ่านบทความผม ถ้าจะขำ ก็ขำได้ ถ้าว่าเจ็บ ก็เชิญเจ็บได้ ตามสบาย  เพราะผมไปห้ามไม่ได้ เพราะอารมณ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน  ถ้าอ่านแล้วเกิดความไม่สบายใจ ให้รีบหยุดอ่าน  สวัสดี.......