วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อุบัติเหตุที่เฟสบุ๊ค


มื่อวาน…...ก่อนที่เว็บไซด์เฟสบุ๊คส่วนตัวผมจะถูกปิด บน

WWW.facebook.com/sanwonder กลุ่มสีสันการเมือง  ผมได้นำภาพ

คำคมของท่านมหาอาตมะคานธี ที่ให้ทัศนะบาปเจ็ดประการ ของท่าน

มาโพสต์ให้แก่เพื่อสมาชิกกลุ่มสีสันการเมือง ได้แสดงความคิดเห็น

มีผู้ออกความคิดเห็นมากและกดไลฟ์ถูกใจมาก........

 

 แต่พอภายหลังจากที่ผมโพสต์ภาพขึ้นไม่นาน  ทางเฟสบุ๊คผมก็ถูกปิดลง

อย่างไม่รู้สาเหตุ ผมแทบซ็อคแทบหายาดมไม่ทัน เพราะเว็บไซด์นี้เป็นเว็บไซด์

สังคมโซเซียลมีเดีย ที่ผมใช้สำหรับสื่อสารกับเพื่อนๆสังคมไทยและชาวโลก,มานาน

 

ผมนึกไม่ถึงว่า  เว็บไซด์ที่ผมใช้บริการจะถูกปิด เนื่องจากไปออก

ความคิดเห็นกรณี พีซทีวีถูกปิด ที่เพื่อนนักจัดรายการทีวีเป็นลม ไปว่า

ซ็อคเป็นลมเพราะทีวีถูกปิด  ทางรัฐบาลกล่าวหา เป็นสื่อยั่วยุ คนในชาติ

ทะเลาะ แตกแยกกัน  แต่เว็บไซด์ผมถูกปิดเหมือนกัน ผมก็เลยคิดไปต่างนานาๆ

สาเหตุที่เฟสบุ๊คผมถูกปิด เพราะเหตุนี้ด้วยกระมัง


     ในทัศนะของผม ในเรื่องการเมืองที่นานๆทีผมจะพูดถึงนั้น ผมไม่เคยคิด ฝักใฝ่ ความมักใหญ่ ใฝ่สูง เพราะเรื่องการเมืองนั้นคือเรื่องของประชาชนแท้ๆประชาธิปไตยแท้ๆนั้นผู้นำต้องฟังเสียงประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วม  ด้วยมีความถูกต้อง ความจริงสร้างสรร อย่างประเทศผู้นำประชาธิปไตย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นมหามิตรประเทศไทย มาช้านาน

 

หลักของประชาธิปไตย ข้อหนึ่งคือ การมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกการพูด เขียน และความคิดเห็นต่อการเมืองของประเทศได้   แต่ถ้าอำนาจรัฐบาล ไปจำกัดลิดรอนสิทธิของสื่อ ประเทศจะเรียกประชาธิปไตยได้อย่างไร เพราะสื่อก็มีหน้าที่รายงานของสื่อ รายงานข่าวความจริงความถูกต้อง สร้างสรรค์ สังคมประเทศ อาจจะเกิดความไม่พออกพอใจบ้างเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก็ต้องนำมาพิจจารณา ความถูกผิด ที่สื่อสะท้อนกลับมา

 

  เพราะสื่อในประชาธิปไตย นั้น รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับ ระบุไม่ให้นักการเมืองเป็นเจ้าของสื่อ ที่อาจจะใช้อำนาจไปแทรกแซงสื่อ เชียร์ตนอย่างออกหน้า ออกตา     เกินความจริง  ประชาชนไม่ได้รับข้อมูล ข่าวสารที่แท้จริง ข่าวถูกบิดเบือนทั้งสิ้น การปฎิรูปสื่อต้องปฎิรูปเรื่องนี้ให้เป็นสื่ออุดมการณ์ธรรมที่แท้จริง  ใครทำดีก็ต้องชม ใครทำไม่ดีก็ต้องติ มีความเป็นธรรม

 

ผมได้อ่านจากโพสต์ข่าวเฟสบุ๊ค เพื่อนสมาชิกโพสต์ โพสต์ขึ้นมา นายกฯพลเอกประยุทธ์

จันทร์โอชา ท่านนี้ กำลังเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆในสังคมไทย สื่อรายงานว่า ท่านเผด็จการ แต่มีเสรีภาพ  ซึ่งผมก็ให้ทัศนะเรื่องผู้นำธรรม ที่ดีคืออย่างไรบ้างไปแล้ว  เผด็จนี้ไม่ใช่เรื่องไม่ดี  แต่ถ้าเป็นเผด็จการมีธรรมะ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง  ให้เสรีภาพสื่อเป็นกลางแท้ๆๆได้ช่วยสะท้อน ช่วยให้ฉุกคิด เรื่องดีดี  โดยไม่โทษโกรธเคือง เช่น สื่อ  ทั้งนักเขียน หนังสือ นักวิชาการ ในสหรัฐอเมริกา วิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลประเทศของเขาได้  มีแต่เพียงประเทศคอมมิวนิสต์บางประเทศขืนดื้อกล้าวิจารณ์ รัฐบาล ถูกปลดถูกปิด หาทางเกิดไม่ได้  สื่อบางรายถูกฆ่าตาย สื่อๆไร้ศีล มโนธรรม อยู่ไม่ได้ เขาเสื่อมไปเอง รัฐบาลไม่ต้องไปควบคุมอะไรมาก เพียงสร้างสื่อที่เป็นธรรม  ซักสื่อหนึ่งขึ้นมา หรือ รวมองค์กรสื่อไว้ด้วยกัน มีการตรวจสอบภายใน จรรยาบรรณทำตามหรือไม่  ประชาชนไม่ใช่คนโง่ บริโภคข้อมูลข่าวสาร รู้อะไรจริง อะไร ดี สื่อไหนเป็นสื่อแท้ สื่อปลอม  คือ ฟ้าดินย่อมรู้

 

 

 

อันที่จริง สื่อของรัฐบาลก็มี แต่ยังควบคุมกำกับดูแล ของรัฐบาลอยู่ดี  ถ้ารัฐบาลทำผิดไม่ชอบมาพาพิศวงงงงวย สื่อรัฐบาล ไฉนไยจะกล้าท้วงติงรัฐบาล ซึ่งถือว่าเป็นเจ้านายตนเอง ถ้าเกิดมีอารมณ์บันดาลโทสะ นายกฯคงจะปลด ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ออกไปเตะฝุ่น เป็นทิวแถว  กรมประชาสัมพันธ์สื่อรัฐบาลคงไม่กล้าแน่ๆ

 

 

 

 

ตามทัศนะผมผู้เขียนนั้น ตามหลักประชาธิปไตย สื่อควรจะเป็นกลางทั้งหมด ไม่มีสื่อรัฐบาล

ไม่มีสื่อฝ่ายค้าน แต่ทีนี้ มีทั้งสื่อสีฟ้า สื่อสีแดง สื่อสีเขียว เต็มพรืดเต็มคลื่นไปหมด ใครอยู่พรรคการเมืองไหน ก็มีสื่อของตนเอง เชียร์ตนเอง ออกข่าวพวกตนเอง ตนทำผิด ไม่ด่าว่าตนเอง แต่พูดดีใส่ตัว พูดชั่วให้คนอื่น

 

      อันที่จริงเรื่องดีเรื่องชั่ว ต้องปล่อยวาง ถ้าผิดจริงต้องรับฟังได้ แล้วแก้ไขตนเอง ถือว่าผิดเป็นครู ช่วยมองช่วยบอก สิ่งละอันพันละน้อย ที่เรามองไม่เห็น  ไม่ใช่เอาไฟไปเผาสื่อกะท่อม

เผาไม่ได้ดอก ถ้าสื่อไม่ผิด เขาทำงานถูกต้องชอบธรรม ไฟที่ด่าที่ว่านั่นแหละ เป็นไฟกลับมาเผาตนเอง อันนี้เรื่องจริง ผมมีประสบการณ์เรื่องไฟไฟ นี้มามากพอสมควร

 

ผมให้ทัศนะ เรื่องนี้คือ ชีวิตถ้าธรรมไม่รู้ ก็คือการต่อสู้กับไฟ  โดนไฟเผาตายแทบทุกราย ชีวิตคือการเรียนรู้ ออกจากไฟ จะรียกว่าไฟกิเลสก็ไม่ผิด ครับ ท่านผู้อ่าน...

 

  ว้า .. ผมอารัมภบท ซะยืดยาวนี่ยังไม่ทันเข้าสู่เนื่อหาเลย นะเนี๋ย   เนื้อที่เขียนบทความก็กำลังหมด  ไม่รู้จะออนไลน์ไวไฟฟรีได้หรือไม่ สัญญาณไวไฟที่บ้านผมอ่อนแรงมาก    เพราะผมแอบใช้อินเตอร์เน็ตไวไฟฟรีของชาวบ้านอยู่หลายวัน  กำลังคิดจะซื้อซิม  cat    internet โปรโมชั่น99.อยู่ซึ่งราคาประหยัดดี เซฟกระเป๋าไปได้มาก ต่ออินเตอร์ออนไลน์ทั้งวันทั้งคืน  เพราะผมรู้สึกเกรงใจเพื่อนบ้านมาก

 

เนื่อหาบทความ ที่ยกยอด ไปวันหน้าก็แล้วกัน   เรื่องที่จะพูดคือ ทัศนะบาปเจ็ดประการของท่าน  อาตมะคานธี  นี่แหละ ให้เพื่อนๆท่านผู้อ่าน  ช่วยนำไปคิดต่อยอด ถูกผิด สร้างสรรค์หรือไม่สร้างสรรค์ไม่ว่ากัน   เล่นการเมืองต้องมีหลักการ ทัศนะข้อที่1ของท่านอาตมะคานธี

 

ท่านนายกฯผู้ปัจจุบันนี ถือว่าเป็นนักการเมือง  และ ประเทศนี้เป็นเจ้าของร่วมกัน  ผมก็ช่วยรัฐบาลคิด  แต่หลักการจริงๆนั้นเล่นการเมืองนั้นหนีจากธรรมไม่ได้ ผมใบ้ให้นิดๆ  ท่านนายกท่านก็บอก ให้เสรีภาพสื่อ มากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วมามากๆ  ผมขอบคุณรัฐบาลที่ยอมรับฟังสื่ออย่างผม  และอย่าคิดว่าผมเป็นศัตรูของรัฐบาล และผมไม่ใช่ศัตรูของใครทั้งสิ้น ทุกคนคือมิตรกัน  เคารพกันยอมรับฟังซึ่งกันและกัน ครับ   พุทธธรรม สวัสดี คร้าบ..บบ

 

 

 

 

การศึกษา ท่านอ่านบทความนี้แล้ว รู้สึกอย่างไร?ชอบหรือไม่ชอบ หรือ เฉยๆ

แสดงความคิดเ็ห็นตั้งคำถามตอบได้

[พิมพ์ชื่อโรงเรียน] [พิมพ์วันที่เสร็จสมบูรณ์]

·     [พิมพ์ชื่อปริญญา รางวัล และความสำเร็จ]

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

มารู้จักกันกับบล็อกบุดด้าดูดเดิ้ล

ผมเองผู้ก่อตั้งบล็อกบุดด้าดูดเดิ้ลหรือ www.buddhadooddle.blogspot.comกับทาง ค่าย กูเกิ้ล

เพื่อแชร์ประสบการณ์ดีดี เรื่องราวที่ได้พบเห็นในชีวิตที่เกิดมา ถ้านับตั้งแต่ผมเิปิดบล็อกนี้ รา้วเกือบ
20ปีแล้ว

ผมต้องบอกเลย  ผมไม่ใช่นักเขียน พบอะไรเห็นอะไร ก็เขียนไปตามความจริง ถ้อยคำวลีอาจจะดูไม่สละสลวย ถูกต้องตามหลักภาษา มากนัก ก็จะพยายามทำให้ดีขึ้นตามลำดับ


ตั้งแต่ผมใช้โซเซียลมีเดีย ตั้งแต่ เว็บไซด์คนไทย เช่น สนุกดอทคอม ที่แรกๆที่ผมเริ่มต้นเขียนบล็อก
และต่อมา  hi5.com ที่ิฮิตมากๆในช่วงยุคหนึ่ง ซึ่งผมก็มีแอคเคาท์บัญชีอยู่เหมือนกัน

กระทั่งยุคปัจจุบัน เฟสบุ๊ค ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายโดยทั่วไป ซึ่งผมมีแอคเคาท์บัญชีชื่อว่า
www.facebook.com/sanwonder ซึ่งผมใช้สื่อสารควบคู่กันไปกับบล็อกบุดด้าดูดเดิ้ล เกือบ10ปี


ซึ่งตอนนี้ทางเฟสบุ๊คผม ปิดบัญชีผมไว้ชั่วคราว ซึ่งผมไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด   เมื่อทางเฟสบุ๊คแจ้งมาให้เปิดบัญชีบริการผมอีก จะแจ้งให้เพื่อนๆโซเซียลมีเดีย ให้ทราบภายหลัง

ทีนี้ถ้าจะมาสื่อสารแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ได้รู้ได้พบเห็นมา บนโซเซียลมีเดีย ให้มา พบกันบน
www.buddhadooddle.blogspot.com

ส่วนเว็บไซด์แลกเปลี่ยนรูปภาพ วิดิโอ พูดคุย บอกเล่าประสบการณ์ชีวิต ที่ได้รู้ได้เห็นมา  มาแชร์ประสบการณ์ที่กูเกิ้ลพลัส หรือ Google+ ซึ่งคล้ายกับ เฟสบุ๊คมาก มีทั้งยูทูฟ  ซึ่งผมตั้งชื่อว่า
รายการ เสียงธัมมะทีโปร   และ เสียงครอบครัวธัมมะทีโปร

ซึ่งฟังชั่นบางอย่าง ผมยังใช้ไม่ครบ พยายามเรียนรู้โปรแกรมต่อไป นอกจากนั้นให้เพื่อนๆที่มาคลิก
เว็บไซด์ผม ไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก เหมือนเฟสบุ๊ค  คลิกชื่อเว็บไซด์ก็มาแชร์ประสบการณ์ชีวิตได้เลย  เพียงแต่สมัครอีเมล์เท่านั้นเอง ถ้าหากจะแนะนำเว็บไซด์ผม ก็ยินดีครับ.........

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ปิดเว็บไซด์ผม เรื่องเล่าก่อนภัยพิบัติเนปาล


เล่าเรื่องมัจจุราช

นับตั้งแต่ได้ผมมาเกิดบนโลกมนุษย พบพระพุทธศาสนา เมื่อผมตอนเด็กๆเมื่อ ครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่ สอนแล้วดื้อเถียงไม่เคารพเชื่อฟังท่าน ท่านมักจะตวาดกลับ อย่าเถียงครูหรือไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ผีแกเข้าหม้อนรก คำว่า ผีแก คือภาษาอีสาน หมายถึง ลาก

ผีแกเข้าหม้อนรก ภาษาอีสานมีความหมายว่า ผีลากเข้าหม้อนรก คำว่าหม้อนรก คือกระทะทองแดงที่มีน้ำต้มเดือด ลงโทษผีคือคนตายไปตกที่นั่น

  แต่ผู้คนยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ไม่เชื่อเกี่ยวกับนรก สวรรค์มากนัก จิตคิดว่า คนสมัยโบราณ กุเรื่องเขียนคำสอนไว้ให้คนกลัว จะได้ไม่กล้าทำบาป

 

ตามหลักฐานพระคัมภีร์ทางพุทธศาสนา และ ศาสนาอื่นๆก็ระบุตรงกัน นรกมี เช่นคริสต์ศาสนา กล่าวว่า คนบาปเมื่อตายแล้วจะถูกโยนลงไปในบึงไฟนรกอันร้อนแรง ส่วนอิสลามไม่ได้ระบุไว้แน่ชัดว่า นรกมีหรือไม่? แต่ผมเมื่อได้ศึกษาคำสอน ในคัมภีร์พระไตรปิฎก มีระบุไว้ค่อนข้างเยอะมากๆกว่าศาสนาใดๆ มีพญามัจจุราช เป็นผู้นั่งบัลลังก์พิพากษาคดีผู้ที่ตายที่มาตกนรก เพื่อป้องกันการสับสนชื่อ และเรื่องนี้ผมเคยเขียนหนังสือเรื่องไตรภูมิ เรื่องเกี่ยวกับ นรก โดยหลวงพ่อฤษีลิงดำ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี เผยแพร่บนเฟสบุ๊คส่วนตัวผมแล้วนั้น ถ้าไม่มีผู้ใดถาม เพื่อคลายความสงสัยเรื่องเกี่ยวกับนรก ตามทัศนะหรือความเห็นของนี้  ผมก็จะนำคำถามเรื่องนรก บนกระทู้ถามของเว็ปไซด์pantip.comมาตอบบางส่วน และจะเพิ่มความคิดเห็นผมลงไป

 

 

1.นรกคืออะไร?

นรก คือ หมายถึง สถานที่หนึ่ง ที่มีการลงโทษผู้ที่ตายจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ซึ่งตามชาวโลกมองไม่เห็นด้วยตาเปล่านรกนี้นับว่าจัดอยู่ใน อบายภูมิ4ตามหนังสือคัมภีร์ทางพุทธศาสนา คือ1.นรก2. เปรต3. อสุรกาย 4.สัตว์เดรัจฉาน

 มีเพียงภูมิสัตว์เดรัจฉาน ภูมิเดียว ที่เกิดบนโลกและชาวโลกมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ เช่น แมว ช้าง หมู เสือ ฯลฯเป็น คือสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลาย

นรก ทั้งหมดมีทั้ง456หลุม

แต่ละหลุมนรก ลงโทษขนาดเบาเรียงลำดับ ถึง ขนาดหนักซึ่ง แบ่งเป็น8ขุมใหญ่ มีหลุมนรกบริวารอีกด้วย ส่วนมากนรกจะลงโทษด้วยไฟ อันร้อนแรงเป็นหลัก  หลุมใหญ่ที่สุดคือ หลุมนรกอเวจี นรกไฟร้อนแรงที่สุด และลงโทษนานที่สุด  ตาม                  

           รูปภาพแผนผัง นรก

 


 

 

 

3.ที่นรก มีใครบ้าง?

ถ้าเปรียบสถานที่ นรก กับ สถานที่บนโลกมนุษย์ ใกล้เคียงกับ กระบวนการยุติธรรม ของชาวโลกมนุษย์มาก มี ผู้พิพากษาศาล อัยการ ตำรวจ พัศดี ผู้คุมดูแลนักโทษคือกรมราชทัณฑ์ที่คุก และ นักโทษผิดคดีกฎหมาย

 

พญามัจจุราช เปรียบเหมือน ประธานผู้พิพากษาศาลสูงสุด  หนังสือธรรมะบางเล่ม เรียกชื่อ พญามัจจุราช ได้หลายชื่อ เช่น พญายมบาล

สุวาน  เจ้าหน้าที่ถือบัญชีกรรมดีของมนุษย์ ฝ่ายโจทย์ ถ้าเปรียบเหมือนเจ้าหน้าที่ฝ่ายฟ้องคดีกล่าวโทษ ของผู้ทำผิดกฎหมายชาวโลก

สุวรรณ เจ้าหน้าที่ถือบัญชีอีกเล่มหนึ่ง

ยมทูต ยมบาล เปรียบเหมือน ตำรวจจับผู้ทำผิดกฎหมายของชาวโลก

พัศดีหรือผู้คุมนักโทษ เปรียบเหมือน นายนิริยบาล คือลูกน้องทำตามคำสั่งของท่านพญายม นำผี ไปลงโทษ ที่หลุมนรก

ผี คือ ผู้ที่ตายจากโลกมนุษย์ ไปตกเกิดที่นรก เปรียบคือ นักโทษคดีบนโลกมนุษย์

 


4.นรกมีพญามัจจุราชคือใคร?มาจากไหน? คือชาวไทยหรือชาวฝรั่งต่างชาติหรือไม่?

พญามัจจุราช คือ เทวดา ผู้ที่บำเพ็ญพุทธธรรมศาสนา สมัยเกิดมาเป็นชาวโลกมนุษย์ ไม่มีตำแหน่งเป็นเจ้าของตายตัว เกิดขึ้นเองอัตโนมัติ สามารถทำงานแทนหน้าที่กันได้ เมื่อมีผู้มีบุญมาเกิดเป็นพญามัจจุราชผู้ใหม่ คือพระเจ้าเบื้องล่าง ของชาวนรก มาจากคนทุกชาติ ไม่ว่า ชาวไทย ฝรั่ง จีน แขก นิโกร คือพญามัจจุราช ของชาวนรกเดียวกัน

 ภาษาใช้ภาษา เดียวกัน เมื่อลงไปที่นั่น รับรู้ด้วยจิต เข้าใจรู้ตรงกัน

 

คำว่า นรก เปรียบเหมือน ข้างล่าง หมายความว่า ผู้ทำผิดกฎหมาย คือ ผู้มีใจต่ำ ไม่มีใจสูงอยู่ข้างบน ไม่ใช่ มีนรกที่ใต้ดินพื้นโลกอย่างมี่ชาวฝรั่งเข้าใจผิด

 

นรก คือ โลกสถานที่หนึ่งๆ ที่ตาชาวโลกมองไม่เห็น นรกหลุมหนึ่งเท่ากับเมืองๆหนึ่งของโลกมนุษย์ เต็มไปด้วยไฟทั้งเมือง

  ผู้มีใจสูง มักอยู่ข้างบนที่สูงหมายถึงโลกสวรรค์ คือที่อยู่ของชาวเทวดานางฟ้า ชาวสวรรค์ และ พระเจ้าเบื้องบน

5.มัจจุราชมีภรรยาหรือไม่?

 

อย่าลืม พญามัจจุราช คือ เทวดาเบื้องล่าง ถ้าจะมีภรรยาหรือเมียมัจจุราชนั้น เกิดขึ้นด้วยพลังบุญฤทธิ์คือไม่ได้เรียกว่า

เมียมัจจุราช แต่ เรียกว่าบริวารนางฟ้าผู้อาสาช่วยทำบัญชีพญามัจจุราชได้ เพราะที่โลกทิพย์ไม่มีการแต่งงาน ท่านจะยิ้มเมื่อมีนางฟ้า มาช่วยทำงานบัญชีกรรมบาปกรรมบุญ

 

อาหาร ท่านไม่ได้ทาน เพราะ ท่านทานอาหารเป็นทิพย์อิ่มตลอดเวลา

 

พญามัจจุราช ท่านยิ้มเมื่อชาวโลกทำบุญทำดี

พญามัจจุราช ท่านดุเมื่อชาวโลกทำบาปไม่ดี

 

เครื่องแต่งกาย เทวดาทรงเครื่องเทวดา ไม่มีเขาเหมือนควายหรือวัวบนศีรษะ ที่ชาวโลกนำมาแต่งเรื่องเป็นละคร ทีวีสี7เรื่องยมบาลเจ้าขา เพราะนั่นชาวโลกจินตนาการเอาเอง ไม่ตรงกับความเป็นจริง

 

เครื่องใช้สำนักงานพญามัจจุราช

ผู้ที่รู้ไม่จริง มักจินตนาการเอาเอง บางที่อาจจะทำให้ไม่ตรงกับความจริง ของพญามัจจุราช

เลยเถิดกระทั่ง พูดเล่นพูดล้อเลียนตลก กับพญามัจจุราช ว่า  สมัยนี้ ยุค คอมพิวเตอร์ พญามัจจุราช มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ไอแพด ใช้อย่างทันสมัย กดคลิกนิดเดียว ก็ทราบข้อมูล บัญชีบาป บัญชีกรรม ของมนุษย์ทำอะไรไว้ครั้งเมื่อเกิดเป็นมนุษย์โลก  อาจจะล่วงเกินมีบาปต่อพญามัจจุราชได้ จึงบอกชาวโลก ถ้าไม่รู้จริง อย่าเพิ่งพูด

 

ท่านรู้จากบัญชีสุวรรณ กล่าวว่า บัญชีทองและบัญชีหนังหมา  ซึ่งทั้งหมดคือบัญชีทิพย์ แม่นยำรวดเร็วกว่า บัญชีคอมพิวเตอร์อีก

 

ชาวโลกที่กล่าวว่า นรกไม่มี พญามัจจุราชไม่มี ถ้ามีอยู่ตรงไหน

 

เพราะนรกพญามัจจุราช ไม่ได้มองเห็น ได้ทุกๆคน  บางคนก็เห็นครั้งยังไม่ตาย เช่น หลวงพ่อฤษีลิงดำ ท่านตายแล้วฟื้นไปเฝ้าพญามัจจุราชมาแล้ว หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิม ท่านก็มีนิมิต  กายทิพย์ไปพบพญามัจจุราชมาแล้วเช่นกัน

  แต่ถ้าถามผมผู้เขียน เคยเห็นพญามัจจุราชหรือไม่ อันนี้ไม่บอก ต้องฝึกอบรมคอร์สธรรมะกับผู้เขียนก่อนจึงจะบอก

 ที่มา www.facebook.com/sanwonder  แต่ตอนนี้โดนปิด